IES_Prespective2

ความเป็นมาของการจัดตั้งห้องวิจัยระบบอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ

ด้วยมโนทัศน์ใหม่ของการออกแบบนวัตกรรมระบบและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในงานวิจัยและการประยุกต์ใช้สำหรับงานอุตสาหกรรมในปัจจุบัน ได้เปลี่ยนผ่านจากมุมมองของระบบที่เป็นเชิงเส้นและตายตัว เข้าสู่ระบบพลวัตที่ไม่เป็นเชิงเส้น รวมทั้งเป็นระบบอัจฉริยะ สามารถเรียนรู้จดจำ และสามารถปรับตัวเอง ซึ่งส่งผลให้สามารถนำมาประยุกต์ใช้งานในรูปแบบของระบบสมองกลฝังตัว และเหมาะสมต่อการพัฒนาบนเทคโนโลยีทรานซิสเตอร์ขนาดเล็กได้เป็นอย่างดี องค์ความรู้ประกอบการศึกษาและออกแบบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบอัจฉริยะดังกล่าว ประกอบด้วย ทฤษฏีความไม่เป็นเชิงเส้น ทฤษฎีความอลวน ทฤษฏีโครงข่ายประสาทเทียม ทฤษฏีระบบควมคุม และองค์ความรู้ด้านการออกแบบระบบและวงจรอิเล็กทรอนิกส์ด้วยเทคโนโลยีซีมอส รวมทั้งการประยุกต์ใช้อุปกรณ์ไมโครคอนโทรลเลอร์และเอฟพีจีเอ ตัวอย่างเบื้องต้นของการประยุกต์ใช้งานได้จริงแล้ว ได้แก่ ระบบควบคุมพลังงานในอาคารแบบฉลาด ระบบการสื่อสารความปลอดภัยสูง และระบบอิเล็กทรอนิกส์ทางการแพทย์อัจฉริยะ ดังนั้นการออกแบบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบอัจฉริยะ จึงเป็นหัวข้อวิจัยที่กำลังเป็นที่สนใจอย่างแพร่หลาย โดยจะเห็นว่า สัดส่วนของผลงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในฐานข้อมูลมีจำนวนค่อนข้างมาก เนื่องจากมีทิศทางในการพัฒนาหัวข้อวิจัยใหม่ๆ ซึ่งเป็นที่สนใจของบริษัทต่างๆในการพัฒนาเทคโนโลยีเกิดใหม่สำหรับโอกาสในธุรกิจในอนาคต การจัดตั้งห้องวิจัยระบบอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ จะเป็นศูนย์กลางในการบูรณาการการเรียนรู้เข้ากับงานวิจัย ซึ่งจะสามารถสนับสนุนการพัฒนาการวิจัยและการเรียนการสอนของสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น ในสามด้านหลัก โดยประการแรก คือ มีห้องวิจัยขั้นสูง ด้านวิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สำหรัหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์มหาบัณทิตสาขาเทคโนโลยีวิศวกรรม อันจะส่งผลให้มีการผลิตผลงานวิจัย ในรูปแบบรายงานการวิจัยในวารสารทางวิชาการ และการจดสิทธิบัตรนวัตกรรมใหม่ในอนาคต ประการที่สองคือมีการบูรณาการองค์ความรู้ใหม่และทักษะทางปฏิบัตการเชิงเทคโนโลยีในการเรียนการสอนด้วยปรัชญา “โมโนซูคุริ” ตามนโยบายของสถาบัน ประการสุดท้าย คือ สามารถให้บริการทางวิชาการสำหรับภาคอุตสาหกรรมและบริษัทต่างๆ ในการให้คำปรึกษาหรือการออกแบบระบบ